สภาพผิวและการดูแล
คุณไม่แน่ใจว่าสภาพผิวของตัวเองอยู่ในกลุ่มไหนใช่หรือไม่? ลองอ่านคำอธิบายด้านล่างแล้วดูว่าคุณเข้ากับกลุ่มไหนมากที่สุด :
ผิวธรรมดา (Normal Skin)
- “ผิวธรรมดา” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย บ่งบอกถึงผิวที่มีความสมดุล คือไม่แห้งจนเกินไป และ ไม่มันจนเกินไป หรือในทางวิทยาศาสตร์ใช้คำว่า “eudermic” แทนผิวที่มีสุขภาพดี
ผิวธรรมดา คือผิวที่มีความสมดุล: ไม่มันหรือแห้งจนเกินไป
การดูแลผิวธรรมดา
การดูแลสภาพผิวสำหรับผิวปกตินั้นจะเป็นกึ่งๆระหว่างผิวมันและผิวแห้ง เช่นในหน้าร้อนให้ล้างหน้าวันละสองครั้ง ใช้โทนเนอร์ที่ช่วยลดความมันบนใบหน้า ส่วนในหน้าหนาวให้ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าเพียงครั้งเดียว (อาจจะล้างน้ำเปล่าในช่วงก่อนนอน แล้วใช้โทนเนอร์เช็ดเอาเพื่อทำความสะอาด) และใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ทาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหน้า
ผิวแห้ง (Dry Skin)
- ใช้เพื่ออธิบายสภาพผิวที่ก่อให้เกิดความมันน้อยกว่าผิวธรรมดา อันเป็นผลมาจากการขาดความมัน, ผิวแห้ง ขาดกรดไขมันที่จำเป็นในการรักษาความชุ่มชื้น และสร้างเกราะป้องกันผิวจากสิ่งกระทบจากภายนอก ผิวแห้งจะให้ความรู้สึกแน่น หยาบกร้านและดูหมองคล้ำ
ผิวแห้งจะให้ความรู้สึกแน่น หยาบกร้าน และดูหมองคล้ำ
การดูแลผิวแห้ง
- การล้างหน้า ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน แพทย์กล่าวว่าไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ผสมยาใดๆ ควรเลือกใช้ชนิดที่อ่อนโยนวันละ 1 ครั้งก็เพียงพอ ยกเว้นหากรู้สึกว่ามีบริเวณของหน้าที่มันมาก
- ใช้กรด salicylic เป็นจุดๆ ใช้ผลิตภัณฑ์จากกรด salicylic แต้มในจุดที่หน้ามันเป็นประจำทุกวัน
- ให้ความชุ่มชื้น ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีไขมันและมี SPF30 และอาจใช้ Moisturizer ที่เข้มข้นขึ้นในบริเวณที่ผิวแห้ง
ผิวมัน (Oily Skin)
- ใช้เพื่ออธิบายสภาพผิวที่มีการผลิตความมันในปริมานที่มากเกินไป หรือที่เรียกว่า seborrhea
“ผิวมัน” จะมีลักษณะ เงา มัน และสามารถมองเห็นรูขุมขนได้ชัดเจน
ผิวมันจะมีลักษณะ เงา มัน และมองเห็นรูขุมขนได้ชัดเจน
การดูแลผิวมัน
- การล้างหน้า ผู้ที่มีผิวมันหรือมีสิวล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าชนิดอ่อนโยนในตอนเช้า และตอนเย็น แพทย์แนะนำให้ใช้ปลายนิ้วถูให้ทั่วๆ ประมาณ 30 วินาทีก่อนล้างออก
- ใช้ salicylic acid ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ salicylic acid และไม่มีแอลกอฮอล์เช่น Stridex pad หรือ ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าจากกรด salicylic บนบริเวณที่ผิวมัน สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
- ใช้ retinol ผลิตภัณฑ์ที่มี Retinol จะช่วยลดการผลิตไขมัน และลดการเกิดหลุมขนาดใหญ่ สารนี้ยังเป็นสารที่ช่วยชะลอวัยสำหรับผู้ที่มีผิวมัน และมักไม่ไวต่อการระคายเคืองเท่าในกลุ่มผิวแห้ง
- ให้ความชุ่มชื้น ใช้ moisturizer ที่ไม่มีไขมันและมี SPF 30 สูตรที่แพทย์แนะนำคือกลุ่ม Complete Defense ของ Olay
ผิวผสม (Combination Skin)
- ผิวผสม บ่งบอกถึงผิวที่ประกอบด้วยประเภทของผิวมากกว่าหนึ่งประเภทอยู่ด้วยกัน
ในผู้ที่ผิวผสมสภาพผิวจะมีความแตกต่างกันในบริเวณที่เป็น ที-โซน (T-zone) และบริเวณแก้ม
การดูแลผิวผสม
การดูแลผิวสำหรับสภาพผิวแบบผสมนั้น ให้แยกเป็นส่วนๆ ตามที่ได้กล่าวไปข้างบน เช่น ผิวส่วนไหนมันก็ให้ดูแลตามสภาพผิวมัน ทำเช่นเดียวกันกับส่วนของใบหน้าที่มีสภาพผิวแห้ง
คุณไม่แน่ใจว่าสภาพผิวของตัวเองอยู่ในกลุ่มไหนใช่หรือไม่? ลองอ่านคำอธิบายด้านล่างแล้วดูว่าคุณเข้ากับกลุ่มไหนมากที่สุด :
ผิวธรรมดา (Normal Skin)
- “ผิวธรรมดา” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย บ่งบอกถึงผิวที่มีความสมดุล คือไม่แห้งจนเกินไป และ ไม่มันจนเกินไป หรือในทางวิทยาศาสตร์ใช้คำว่า “eudermic” แทนผิวที่มีสุขภาพดี
ผิวธรรมดา คือผิวที่มีความสมดุล: ไม่มันหรือแห้งจนเกินไป
การดูแลผิวธรรมดา
การดูแลสภาพผิวสำหรับผิวปกตินั้นจะเป็นกึ่งๆระหว่างผิวมันและผิวแห้ง เช่นในหน้าร้อนให้ล้างหน้าวันละสองครั้ง ใช้โทนเนอร์ที่ช่วยลดความมันบนใบหน้า ส่วนในหน้าหนาวให้ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าเพียงครั้งเดียว (อาจจะล้างน้ำเปล่าในช่วงก่อนนอน แล้วใช้โทนเนอร์เช็ดเอาเพื่อทำความสะอาด) และใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ทาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหน้า
ผิวแห้ง (Dry Skin)
- ใช้เพื่ออธิบายสภาพผิวที่ก่อให้เกิดความมันน้อยกว่าผิวธรรมดา อันเป็นผลมาจากการขาดความมัน, ผิวแห้ง ขาดกรดไขมันที่จำเป็นในการรักษาความชุ่มชื้น และสร้างเกราะป้องกันผิวจากสิ่งกระทบจากภายนอก ผิวแห้งจะให้ความรู้สึกแน่น หยาบกร้านและดูหมองคล้ำ
ผิวแห้งจะให้ความรู้สึกแน่น หยาบกร้าน และดูหมองคล้ำ
การดูแลผิวแห้ง
- การล้างหน้า ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน แพทย์กล่าวว่าไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ผสมยาใดๆ ควรเลือกใช้ชนิดที่อ่อนโยนวันละ 1 ครั้งก็เพียงพอ ยกเว้นหากรู้สึกว่ามีบริเวณของหน้าที่มันมาก
- ใช้กรด salicylic เป็นจุดๆ ใช้ผลิตภัณฑ์จากกรด salicylic แต้มในจุดที่หน้ามันเป็นประจำทุกวัน
- ให้ความชุ่มชื้น ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีไขมันและมี SPF30 และอาจใช้ Moisturizer ที่เข้มข้นขึ้นในบริเวณที่ผิวแห้ง
ผิวมัน (Oily Skin)
- ใช้เพื่ออธิบายสภาพผิวที่มีการผลิตความมันในปริมานที่มากเกินไป หรือที่เรียกว่า seborrhea
“ผิวมัน” จะมีลักษณะ เงา มัน และสามารถมองเห็นรูขุมขนได้ชัดเจน
ผิวมันจะมีลักษณะ เงา มัน และมองเห็นรูขุมขนได้ชัดเจน
การดูแลผิวมัน
- การล้างหน้า ผู้ที่มีผิวมันหรือมีสิวล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าชนิดอ่อนโยนในตอนเช้า และตอนเย็น แพทย์แนะนำให้ใช้ปลายนิ้วถูให้ทั่วๆ ประมาณ 30 วินาทีก่อนล้างออก
- ใช้ salicylic acid ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ salicylic acid และไม่มีแอลกอฮอล์เช่น Stridex pad หรือ ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าจากกรด salicylic บนบริเวณที่ผิวมัน สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
- ใช้ retinol ผลิตภัณฑ์ที่มี Retinol จะช่วยลดการผลิตไขมัน และลดการเกิดหลุมขนาดใหญ่ สารนี้ยังเป็นสารที่ช่วยชะลอวัยสำหรับผู้ที่มีผิวมัน และมักไม่ไวต่อการระคายเคืองเท่าในกลุ่มผิวแห้ง
- ให้ความชุ่มชื้น ใช้ moisturizer ที่ไม่มีไขมันและมี SPF 30 สูตรที่แพทย์แนะนำคือกลุ่ม Complete Defense ของ Olay
ผิวผสม (Combination Skin)
- ผิวผสม บ่งบอกถึงผิวที่ประกอบด้วยประเภทของผิวมากกว่าหนึ่งประเภทอยู่ด้วยกัน
ในผู้ที่ผิวผสมสภาพผิวจะมีความแตกต่างกันในบริเวณที่เป็น ที-โซน (T-zone) และบริเวณแก้ม
การดูแลผิวผสม
การดูแลผิวสำหรับสภาพผิวแบบผสมนั้น ให้แยกเป็นส่วนๆ ตามที่ได้กล่าวไปข้างบน เช่น ผิวส่วนไหนมันก็ให้ดูแลตามสภาพผิวมัน ทำเช่นเดียวกันกับส่วนของใบหน้าที่มีสภาพผิวแห้งผิวแพ้ง่าย
ไม่ว่าคุณจะมีสภาพผิวแบบปกติ, มัน หรือ แห้งก็ตาม คุณก็อาจมีผิวที่แพ้ง่าย อ่อนไหวต่อเครื่องสำอางได้ทั้งนั้น ผิวแพ้ง่ายนั้นสังเกตง่ายๆคือ จะเกิดผื่นแดง , สิว , อาการอักเสบ หรือ ฝ้า กระ ได้ง่าย จากเครื่องสำอาง , แสงแดด , ลม , หรืออากาศเย็น
การดูแลผิวแพ้ง่าย
หากคุณเป็นคนที่มีผิวแพ้ง่ายคุณต้องเลือกใช้เครื่องสำอางทุกอย่างตั้งแต่ โฟมล้างหน้า โทนเนอร์ ไปจนถึงมอยเจอร์ไรเซอร์ เป็นแบบที่ไม่มีน้ำหอมและมองหาที่มีคำว่า Hypoallergenic สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการดูแลรักษาผิวแพ้ง่ายก็คือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวเท่านั้น ส่วนผสมที่ควรมองหาหากคุณต้องการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ มีดังต่อไปนี้: chamomile, azulene, bisabolola, llantoin, lavender, camphor, calamine, rosemary. thyme, aloe vera เป็นต้น
ไม่ว่าคุณจะมีสภาพผิวแบบปกติ, มัน หรือ แห้งก็ตาม คุณก็อาจมีผิวที่แพ้ง่าย อ่อนไหวต่อเครื่องสำอางได้ทั้งนั้น ผิวแพ้ง่ายนั้นสังเกตง่ายๆคือ จะเกิดผื่นแดง , สิว , อาการอักเสบ หรือ ฝ้า กระ ได้ง่าย จากเครื่องสำอาง , แสงแดด , ลม , หรืออากาศเย็น
การดูแลผิวแพ้ง่าย
หากคุณเป็นคนที่มีผิวแพ้ง่ายคุณต้องเลือกใช้เครื่องสำอางทุกอย่างตั้งแต่ โฟมล้างหน้า โทนเนอร์ ไปจนถึงมอยเจอร์ไรเซอร์ เป็นแบบที่ไม่มีน้ำหอมและมองหาที่มีคำว่า Hypoallergenic สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการดูแลรักษาผิวแพ้ง่ายก็คือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวเท่านั้น ส่วนผสมที่ควรมองหาหากคุณต้องการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ มีดังต่อไปนี้: chamomile, azulene, bisabolola, llantoin, lavender, camphor, calamine, rosemary. thyme, aloe vera เป็นต้น




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น